Slider[Style1]

Style2

Style3[OneLeft]

Style3[OneRight]

Style4

Style5[ImagesOnly]

Style6

สาวๆไม่อยากแก่เร็ว..ต้องรีบกินมังคุด!



ในแวดวงสุขภาพและความงาม หันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึง ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ ที่ผ่านมาก็มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างแพร่หลาย


โดยตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่ช่วยเราเลือกกินเพื่อให้ได้คุณค่าจากสารต้านอนุมูลอิสระก็คือค่า ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ซึ่งไม่ใช่การวัดปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในอาหาร หากแต่เป็น ‘ค่าความสามารถในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ’ ที่ชื่อ Peroxyl Radical นั่นเอง

จะว่าไปผักและผลไม้ของบ้านเราหลายชนิดก็มีค่า ORAC สูง หลายคนอาจนึกถึงคุณค่าของทับทิมหรือแอปเปิ้ลเขียวที่ช่วยชะลอริ้วรอยคงความอ่อนเยาว์

แต่ล่าสุดจากผลการวิจัยพบว่า มังคุดลูกม่วงๆ นี่แหละ ที่มีค่า ORAC สูงกว่าแคร์รอต ราสป์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และทับทิม เสียอีก เนื่องจากมีสารที่เรียกว่า แซนโทน พบมากที่เปลือก

ซึ่งมีส่วนช่วยระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ลดการอักเสบ ปวด แพ้ ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่เกิดจากคอเลสเตอรอล LDL ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่างๆ

อีกทั้งยังช่วยลดการทำลายเซลล์อันเป็นผลจากปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความแก่ได้อย่างเห็นผล

ร้อนๆ อย่างนี้หยิบมังคุดสักลูกสองลูกมากินก็คงดีไม่น้อย คนโบราณเชื่อว่ามังคุดคือผลไม้เย็น กินแล้วรู้สึกสดชื่น ทั้งยังช่วยให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลงอีกด้วยนะคะ



บทความจาก...... เปรียว 

ประเทศใหม่ เอ็นคลาวา (Enclava) เล็กที่สุดในโลก-พื้นที่เท่าสวนหลังบ้าน

เอ็นคลาวา (Enclava) ประเทศแห่งใหม่ที่เล็กที่สุดในโลก เนื้อที่พอ ๆ กับสวนหลังบ้านเท่านั้น

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ รายงานว่า โลกผุดประเทศใหม่ เอ็นคลาวา ประเทศที่มีเนื้อที่น้อยที่สุดในโลก คือเพียงแค่ 93 ตารางเมตรเท่านั้น ขนาดพอ ๆ กับสวนหลังบ้าน เอ้า แล้วเช่นนั้นจะเป็นประเทศได้อย่างไรหนอไปดูกัน

รายงานระบุว่า เอ็นคลาวาเป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างชายแดนสโลวาเนียและโครเอเชีย อยู่ห่างจากเมืองซาเกรบ เมืองหลวงของโครเอเชียไปทางตะวันตกราว 48 กิโลเมตร โดยพื้นที่ที่เล็กแค่ 1,000 ตารางฟุต หรือราว 93 ตารางเมตรนี้ แม้ดูเหมือนจะไม่ได้รับการรับรองจากนานาชาติว่าเป็นประเทศหนึ่ง แต่ก็สามารถจัดตั้งเป็นประเทศได้อย่างไม่ผิดกฎใด ๆ

กลุ่มชาวโพลส์ผู้ก่อตั้งเปิดเผยว่า แม้ว่าเอ็นคลาวาอาจจะไม่ได้เป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการรองรับอย่างเป็นทาง การจากนานาชาติ แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นประเทศได้ เพราะดินแดนเล็ก ๆ ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าของ ไม่ได้ขึ้นกับดินแดนใดเลยทั้งสโลวาเนียและโครเอเชีย

พิออตร์ วาเวอซินกีวิคซ์ หนึ่งในผู้จัดตั้งประเทศนี้ ได้เปิดเผยแนวคิดของการจัดตั้งประเทศเอ็นคลาวาว่า จะจัดตั้งประเทศนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นดินแดนที่ประชาชนทุกคนสามารถแสดงความคิด เห็นของตัวเองอย่างอิสระ ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นคนผิวสีใด ศาสนาใด และสัญชาติใด ประชาชนจะสามารถเรียนฟรี หารายได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี ผู้คนสามารถเลือกใช้ภาษาได้ 5 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ โปลิช สโลเวเนียน โครเอเชียน และแมนดาริน

อย่าง ไรก็ดีตอนนี้ดินแดนดังกล่าวยังไม่มีประชากรอาศัยอยู่ แต่อยู่ระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีคนมากกว่า 5,000 คน สมัครเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์แล้ว

ที่มา : kapook.com

ช็อก!! วัตถุแปลกปลอมในท้องสั่นรัว พบเป็นมือถือที่หมอลืมไว้ตอนทำคลอด

หญิงชาวจอร์แดนอ้างแพทย์ทำคลอดสุดสะเพร่า ลืมมือถือทั้งเครื่องไว้ในท้องตอนผ่าตัด กลับบ้านปุ๊บปวดท้องอย่างหนัก โทรศัพท์สั่นอยู่ข้างใน

         เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า นางฮานาน มาห์มูด อับดุล คาริม วัย 36 ปี อ้างว่าแพทย์ผู้ทำคลอดได้ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในท้องของเธอ โดยเธอนั้นได้ไปผ่าตัดทำคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองอัมมาน ของจอร์แดน เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ทารกที่ทำออกมาสุขภาพแข็งแรงดี และหลังจากนั้นเธอก็ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน

         แต่ปรากฏว่าเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว เธอเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนขยับแทบตัวไม่ได้ ขณะที่คนในครอบครัวเธอสังเกตว่าท้องของเธอสั่นไหวได้ แม่ของนางฮานานพาเธอกลับไปที่โรงพยาบาลแห่งเดิมอีกครั้ง แต่กลับไม่ได้รับการดำเนินการใด ๆ จึงพาลูกสาวไปโรงพยาบาลรัฐอีกแห่งในเมืองเดียวกัน แพทย์หน่วยฉุกเฉินพาตัวนางฮานานไปเอกซเรย์ และพบว่ามีวัตถุแปลกปลอมอยู่ในท้อง จึงทำการผ่าตัดทันที ปรากฏว่าวัตถุนั้นคือโทรศัพท์มือถือ

         กรณีความสะเพร่าดังกล่าวกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาดนำเข้าไปร้องเรียนกันในสภา โดยนักการเมืองฝ่ายค้ายเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงและเป็นสิ่งที่แต่งขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางหน่วยงานก็กำลังเร่งติดตามสืบหาความจริงอยู่ 

ยายอินเดียเสพติดการกินทราย กินวันละกิโล โวไม่เคยเจ็บป่วย !


มาอีกแล้วกับพฤติกรรมการกินสิ่งแปลก ๆ ที่ไม่ใช่อาหาร คราวนี้เป็น นางสุทามา เทวี หญิงอินเดียวัย 91 ปี จากรัฐอุตรประเทศ คนนี้กินทรายเป็นอาหารทุกวันต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็กยันแก่ แม้พฤติกรรมการกินจะน่าเป็นห่วง แต่เธอบอกร่างกายแข็งแรงดี ขณะที่แพทย์ตรวจร่างกายแล้วก็ต้องยืนยันอย่างทึ่ง ๆ ว่า ไม่มีปัญหาสุขภาพใด ๆ เลยจริง ๆ

           เว็บไซต์มิเรอร์  เผยในรายงานวันที่ 14 พฤษภาคม 2558 ว่า นางสุทามาระบุว่า เธอเริ่มกินทรายครั้งแรกตอนอายุ 10 ขวบ ตอนนั้นแค่ลองกินเล่นตามคำท้าเพื่อนเฉย ๆ แต่ก็กลับหลงใหลในรสชาติและรสสัมผัสของมัน จึงยังกินติดต่อกันมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เด็ก โดยตอนนี้กินทรายวันละ 3-4 มื้อ รวมแล้วประมาณ 1 กิโลกรัม วิธีกินก็มีตั้งแต่หยิบกินเปล่า ๆ เอาอาหารมาคลุกแล้วกิน ไปจนถึงชงดื่มกับน้ำ และการกินทรายก็ไม่เคยทำให้เธอเจ็บป่วยเลย มีแต่ถ้าไม่ได้กินแล้วจะทำให้รู้สึกไม่อยากอาหาร และยืนยันว่าที่มากินทรายนี้ไม่ได้มาจากความยากจน แต่เป็นเพราะความชอบส่วนตัวจริง ๆ 


ด้านแพทย์ที่ตรวจร่างกายในนางสุทามาก็ยังบอกด้วยความประหลาดใจว่า หญิงชรายังแข็งแรงดีทุกประการ ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงใด ๆ เลย แม้ว่าจะมีพฤติกรรมการกินที่พิลึกขนาดนี้ก็ตาม อันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริง ๆ